การประชุมวิชาการ
โครงการจัดการหลักสูตร Non Degree ภายใต้เรื่อง การฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาโรคหลอดเลือดสมอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (รอบที่ 1)
ชื่อการประชุม โครงการจัดการหลักสูตร Non Degree ภายใต้เรื่อง การฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรม สาขาโรคหลอดเลือดสมอง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 (รอบที่ 1)
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
รหัสกิจกรรม 1010-2-000-018-01-2566
สถานที่จัดการประชุม โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
วันที่จัดการประชุม 01 ต.ค. 2565 - 31 ม.ค. 2566
ผู้จัดการประชุม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
กลุ่มเป้าหมาย เภสัชกรที่สนใจ 3 คนต่อปี
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 30 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ องค์การอนามัยโลกรายงานการ
เกิดโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 2 ของโลก มีจำนวนผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองทั่วโลก 17 ล้านคน และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง จำนวน 6.5 ล้านคน สำหรับประเทศไทยพบโรคหลอดเลือดสมองเป็นสาเหตุก่อให้เกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร โดยพบเป็นอันดับที่ 1 ในเพศหญิง และอันดับที่ 2
ในเพศชาย จากรายงานของสำนักนโยบายและ ยุทธศาสตร์สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่าอัตราตายด้วยโรคหลอดเลือดสมองต่อประชากรแสนคนในภาพรวม ปี พ.ศ. 2557 – 2559 เท่ากับ 38.63, 43.28 และ 43.54 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า อัตราตายด้วยโรคหลอดเลือดสมองนั้นเพิ่มขึ้นทุกปี และยังพบว่าโรคหลอดเลือดสมองมีอัตราตายมากกว่าโรคเบาหวานและ โรคหัวใจขาดเลือดเป็น 1.5 – 2 เท่าตัว
จากสถานการณ์ดังกล่าวนับว่าเป็นภาวะคุกคามทางสุขภาพและเศรษฐกิจ เนื่องจากเมื่อเกิดโรค มักส่งผล
ให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร สามารถเกิดได้กับประชากรทุกวัย สำหรับผู้ที่รอดชีวิตจะได้รับผลกระทบ
ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม สำหรับผู้ป่วยที่รอดจากการเสียชีวิตมักจะเกิดความพิการภายหลังจาก
เป็นโรค ก่อให้เกิดภาระให้กับคนในครอบครัวทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจ
จากสาเหตุดังกล่าวทางกระทรวงสาธารณสุขจึงเป็นหน่วยงานขับเคลื่อน โดยการทำแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (service plan) กำหนดให้โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคหนึ่งในหมวดสาขาไม่ติดต่อที่อยู่ในระบบบริการสุขภาพ มุ่งเน้นเน้นการพัฒนาระบบการรักษา และกำหนดให้โรงพยาบาลศูนย์ (A) และโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่/โรงพยาบาลทั่วไป (S)จะต้องจัดตั้งเป็นหน่วยบริการโรคหลอดเลือดสมอง (stroke unit) ในส่วนโรงพยาบาลขนาดทั่วไปขนาดเล็ก (M1) และโรงพยาบาลชุมชนขนาด 120 เตียงขึ้นไป (M2) เป็นหน่วยบริการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองภายหลังการรักษา (post rehabilitation unit) นอกจากนี้ในแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพยังกำหนด การบริหารหออภิบาลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง จำเป็นที่จะต้องประกอบด้วย แพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักกายภาพบำบัด และเภสัชกร สำหรับ
ประจำหอผู้ป่วย ดังนั้นเภสัชกรจึงเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่มีบทบาทในทีมสหวิชาชีพ ผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมองเป็นกลุ่มโรคที่ต้องมีการใช้ยาหลายกลุ่ม และมักมีโรคร่วมอื่น ๆ หลายโรค เช่น เบาวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งมีโอกาสพบอาการไม่พึงประสงค์การเกิดปฏิกิริยาต่อกันของยาได้มาก นอกจากนี้ผู้ป่วยกลุ่มโรคนี้จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาด้วยยาเป็นระยะเวลานาน
จึงควรมีการดูแลอย่างต่อเนื่องทั้งการดูแลแบบผู้ป่วยนอกและการลงเยี่ยมบ้าน เพื่อติดตามการรักษา
ทั้งในประสิทธิภาพ อาการข้างเคียงและความร่วมมือในระยะยาว จากปัญหาในปัจจุบันยังขาดแคลนเภสัชกร
ที่ทำงานด้านโรคหลอดเลือดสมอง ทั้งในระดับ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป รวมถึงโรงพยาบาลชุมชน ประกอบกับเภสัชกรทั่วไปที่ทำงานยังไม่มีความรู้ความสามารถที่เพียงพอในการให้การบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ทำให้การดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองส่วนใหญ่ อยู่ภายใต้การดูแล
ของพยาบาลที่ผ่านการอบรมเฉพาะทางด้านโรคหลอดเลือดสมองเป็นหลัก ดังนั้น เพื่อให้ผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมอง ได้รับการบริบาลทางเภสัชกรรมจากเภสัชกรอย่างเต็มที่และ มีประสิทธิภาพ
จึงมีความจำเป็นที่จะพัฒนาศักยภาพและทักษะสำหรับเภสัชกรในการบริบาลทางเภสัชกรรม
ในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในโรคและยาที่ใช้ทางโรคหลอดเลือดสมองมากขึ้น และสามารถทำงานร่วมกับที่ สหสาขาวิชาชีพที่ดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นแพทย์เฉพาะทางระบบประสาท แพทย์ทั่วไป พยาบาลเฉพาะทาง หรือเภสัชกร ในการส่งต่อข้อมูล การดูแลผู้ป่วยจากโรงพยาบาลเฉพาะทางสู่โรงพยาบาลชุมชน หรือการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป จึงมีการพัฒนาหลักสูตรการบริบาลทางเภสัชกรรมระยะสั้น ด้านหลอดเลือดสมองขึ้น
วัตถุประสงค์
1. เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจยาที่ใช้รักษาในโรคหลอดเลือดสมอง
และโรคร่วมที่พบได้บ่อย ได้แก่ กลไกการออกฤทธิ์ ขนาดยา อาการไม่พึงประสงค์ การติดตาม
ระดับยาในเลือด
2. เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจแนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดสมอง
และโรคร่วมที่พบได้บ่อย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดผิดปกติ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
3. เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกอบรมมีแนวคิดในการทำวิจัยด้านการใช้ยาในผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง
และสามารถประเมินวรรณกรรมปฐมภูมิที่เกี่ยวข้องได้
4. เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกอบรมสามารถค้นหาปัญหาการใช้ยา วางแผนติดตาม ป้องกัน
และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการใช้ยาได้
5. เภสัชกรที่เข้ารับการฝึกอบรมได้ฝึกปฏิบัติงานการบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วย
โรคหลอดเลือดสมองทั้งในหอผู้ป่วยหนัก โรคหลอดเลือดสมอง แผนกผู้ป่วยนอกของ โรงพยาบาล
สรรพสิทธิประสงค์ และการลงเยี่ยมบ้านกับทีมสหวิชาชีพ
คำสำคัญ
เภสัชกรที่สนใจ 3 คนต่อปี