การประชุมวิชาการ
โครงการการประชุมวิชาการประจําปีระดับชาติ “การพัฒนาการศึกษาสําหรับบุคลากรด้านสุขภาพ” ครั้งที่ ุ6 (6th Annual National Health Professional Education Reform Forum: ANHPERF 2019)
ชื่อการประชุม โครงการการประชุมวิชาการประจําปีระดับชาติ “การพัฒนาการศึกษาสําหรับบุคลากรด้านสุขภาพ” ครั้งที่ ุ6 (6th Annual National Health Professional Education Reform Forum: ANHPERF 2019)
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
รหัสกิจกรรม 1001-2-000-054-11-2562
สถานที่จัดการประชุม โรงแรมสุโกศล กรุงเทพมหานคร
วันที่จัดการประชุม 25 -26 พฤศจิกายน 2562
ผู้จัดการประชุม คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กลุ่มเป้าหมาย
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 9.5 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
การประชุมวิชาการระดับชาติเพื่อพัฒนาการศึกษาสําหรับบุคลากรด้านสุขภาพ จัดขึ้นเพื่อกําหนดนโยบายในการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพทุกสาขาวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ สาธารณสุข เภสัชกร เทคนิคการแพทย์ กายภาพบําบัด สัตวแพทย์ และแพทย์แผนไทย มีจุดมุ่งหมายให้บุคลากรวิชาชีพสุขภาพตระหนักถึงความสําคัญของการพัฒนาการศึกษาบุคลากรวิชาชีพสุขภาพ โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกสาขาวิชาชีพ สถาบัน องค์กรภาครัฐ เอกชน และประชาชนจากทุกภาคส่วนกําหนดนโยบายจากหลักฐานทางวิชาการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษา โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ ๖ โดยทางคณะอนุกรรมการจัดการประชุมได้กําหนดหัวข้อหลักการประชุมครั้งนี้ คือ “Does Accreditation mean quality of care?”
ความเหลื่อมล้ําในสังคมนับเป็นปัญหาหลักประการหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งมีความเหลื่อมล้ําในด้านสุขภาพเป็นสิ่งสําคัญเพราะเกี่ยวข้องกับคุณภาพและความมั่นคงในชีวิตของประชาชน ประชากรไทย ๖๙ ล้านคนนั้น ประมาณครึ่งหนึ่งอาศัยอยู่ในชนบทความเหลื่อมล้ําจึงมีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพประชาชนที่อยู่ในชนบท และผู้ด้อยโอกาสอื่นๆ ไม่ได้รับโอกาสเท่ากับคนในเมืองและคนที่มีฐานะดีปัจจุบันประเทศไทยมมีความก้าวหน้าเชิงสุขภาพได้เป็นอย่างดีในหลายด้าน ได้แก่ ความก้าวหน้าของระบบบริการสุขภาพที่กระจายออกไปครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลโดยมีอาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน (อสม.) เป็นส่วนเชื่อมสู่ประชาชนทุกท้องถิ่น อีกด้านหนึ่งคือ ความก้าวหน้าของระบบบุคลากรสุขภาพในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่ได้มีการพัฒนาทั้งในเชิงปริมาณคุณภาพและระบบวิชาการ รวมทั้งระดับความเชี่ยวชาญเฉพาะทางการศึกษาตลอดชีวิตและการกํากับคุณภาพ นอกจากนั้น ยังมีระบบการเงินเพื่อสุขภาพ ได้แก่กองทุนหลักประกันสุขภาพ กองทุนประกันสังคม เงินสวัสดิการข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ การประกันสุขภาพเอกชน และแหล่งทุนอื่นๆ ที่มุ่งครอบคลุมประชากรทั้งหมด ประเทศไทยจึงมีความพร้อมที่จะปฏิรูป เพื่อมุ่งสู่ความเสมอภาคด้านสุขภาพของประชาชน
ปัจจัยที่เป็นสาเหตุของความไม่เสมอภาคด้านสุขภาพ ๔ ประการ คือ ๑.ระบบที่เน้นบริการที่โรงพยาบาล ๒.ระบบที่แยกส่วนและขาดการประสานกัน เช่น รักษาเป็นโรคๆ ด้านบุคลากรเป็นลักษณะที่ต่างวิชาชีพแยกกันทํางาน ด้านระดับบริการที่ต่างระดับแยกเป้าหมายกัน แม้จะมีการส่งต่อผู้ป่วยแต่ก็ขัดข้องด้วยการจัดสรรเงิน และการคิดผลงาน การประสานกับหน่วยงานอื่นๆ ภายนอกระบบสุขภาพมีอย่างจํากัด ๓ ความไม่สมดุลในระบบบุคลากรเน้นบุคลากรเฉพาะทาง ๔.ค่าใช้จ่ายในบริการสุขภาพเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็วเนื่องจากเน้นที่การรักษา การปรับเปลี่ยนเพื่อแก้ไขปัจจัยเหล่านี้กระทําได้ยากเนื่องจากมีความเฉื่อยในระบบที่มีวิสัยทัศน์แคบและมุ่งเน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นหลัก การดําเนินงานต่อไปจึงต้องเปลี่ยนทิศของงานเน้นที่การปฏิรูปบริการสุขภาพให้ประชากรเป็นฐาน และปรับบริการเป็นเชิงรุกแทนการตั้งรับที่โรงพยาบาล
ด้วยการใช้ความสามารถในการคาดคะเนปัญหาสุขภาพและการเกิดโรคเพื่อเป็นการป้องกันโรคและดักโรคในระยะที่ยังเป็นน้อยอันจะทําให้ได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้นทิศที่สองเป็นการทํางานเป็นทีม ให้มีการร่วมมือกันโดยมีส่วนช่วยเหลือกันอย่างกว้างขวางยังให้เกิดความเป็นไปได้ในสภาพที่ขาดแคลนบุคลากร ทิศที่สามคือ การเน้นคุณภาพการรับรองคุณภาพการศึกษาเป็นกระบวนการทบทวนและรับรองโดยองค์กรที่ให้การรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาสําหรับสถาบันหรือหลักสูตรที่ได้รับการรับรองคุณภาพการศึกษาของสถาบันการฝึกอบรมวิชาชีพสุขภาพ
เป็นข้อแนะนําในแนวทางการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงขององค์การอนามัยโลกปี พ.ศ. ๒๕๕๖ และเป็นตัวชี้วัดหนึ่งของยุทธศาสตร์กําลังคนระดับโลก พ.ศ. ๒๕๗๓ โดยทุกประเทศจะต้องมีกลไกการรับรองคุณภาพการศึกษาสําหรับสถาบันการศึกษาที่เปิดการฝึกอบรมภายในปี ๒๕๖๓
การรับรองคุณภาพการศึกษาเพื่อให้ความมั่นใจว่าสถาบันหรือหลักสูตรนั้นได้มาตรฐานในการผลิตบุคลากรด้านสุขภาพ
ในปัจจุบันยังไม่มีการศึกษาเรื่องการรับรองคุณภาพการศึกษาที่รวบรวมอย่างเป็นระบบวิธีการและองค์กรที่ทําหน้าที่รับรองคุณภาพการศึกษานั้นยังมีความหลากหลายบางประเทศดําเนินการโดยรัฐบาล สภาวิชาชีพ สมาคม หรือองค์กรภาคเอกชน อย่างไรก็ตามองค์กรที่รับรองคุณภาพการศึกษาควรจะเป็นอิสระเพื่อป้องกัน conflict of interest เนื่องจากจะต้องรับรองสถาบันทั้งภาครัฐบาลและภาคเอกชน
มาตรฐานและระบบการประกันคุณภาพการศึกษายังไม่ชัดเจนทั้งในประเทศที่มีรายได้สูงหรือประเทศที่มีรายได้ระดับปานกลางในระดับสากล World Federal Medical Education หรือสภาแพทยศาสตร์ศึกษาโลกได้กําหนดมาตรฐานการรับรองคุณภาพการศึกษาแพทยศาสตร์ศึกษาและได้มีการรับรองมาตรฐาน
การประกันคุณภาพการศึกษาในประเทศต่างๆในประเทศสหรัฐอเมริกาการกำหนดมาตรฐานและคุณภาพของโรงพยาบาลใช้ระบบการรับรองคุณภาพโดยสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองจะเป็นสถานพยาบาลที่ผู้เข้ารับการบริการเชื่อมั่นได้ว่าเป็นสถานพยาบาลที่มีการดูแลรักษาอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน แต่จากการศึกษาวิจัยในปัจจุบันพบว่าอัตราการตายหรือการกลับเข้ามารักษาตัวใหม่ในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองยังไม่ลดลง สําหรับประเทศไทย ถึงแม้ว่าสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. (องค์กรมหาชน) และสํานักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา (สกอ.) ทําหน้าที่ประเมินระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของสถาบันการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ และสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์กรมหาชน) หรือ สรพ. ทําหน้าที่ประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล กําหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลและสนับสนุนกลไกการพัฒนาระบบการให้บริการที่ดีมีคุณภาพและปลอดภัยอย่างเป็นระบบ แต่ปัจจุบันมาตรฐานการประกันคุณภาพการศึกษาทั้งในเรื่องความรู้และสมรรถนะในแต่ละวิชาชีพยังไม่มีความชัดเจนจึงต้องมีการศึกษาและเรียนรู้ร่วมกัน
การประชุมนี้จึงเป็นการสร้างเวทีการเรียนรู้เรื่องการรับรองคุณภาพการศึกษาบุคลากรสุขภาพทุกวิชาชีพในสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อวิเคราะห์บริบทและกลไกที่เป็นมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับในการรับรองคุณภาพการศึกษาบุคลากรด้านสุขภาพตลอดจนความสอดคล้องเชื่อมโยงกับคุณภาพและมาตรฐานการดูแลรักษาโรค รูปแบบการประชุมครั้งนี้กําหนดขึ้น ๒ วันเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการพัฒนากําลังคนและการศึกษาของบุคลากรสุขภาพเพื่อสร้างความเข้มแข็งของบุคลากรสุขภาพในประเทศไทย และเพื่อเสนอข้อคิดเห็น จากการศึกษา วิจัยและวิเคราะห์สถานการณ์แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษา รวมทั้งการวางแผนกําลังคน ด้านสุขภาพ การเสนอกรณีศึกษาที่น่าสนใจ รวมทั้งนิทรรศการจากสภาวิชาชีพต่าง ๆ เพื่อนํามากําหนดเป็น นโยบายระดับชาติด้านการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพ โดยเชิญวิทยากรทั้งในและต่างประเทศที่มี
ความสามารถและประสบการณ์สูงจากทุกภูมิภาคทั่วโลกเพื่อให้ข้อคิดเห็นแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างผู้เข้าร่วมประชุมองค์กรวิชาชีพสุขภาพทุกวิชาชีพโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมระดับผู้บริหาร ทุกวิชาชีพสนใจเข้าร่วมประชุมประมาณ ๕๐๐ คน ซึ่งเป็นผู้บริหาร คณาจารย์ ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ของสถาบันการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข องค์กรวิชาชีพสุขภาพทุกวิชาชีพ
การประชุมวิชาการครั้งนี้ ยึดหลักการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน การร่วมกันเตรียมงานอย่างเต็มที่ด้วยความเสียสละของคณะอนุกรรมการจากทุกสาขาวิชาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ของการพัฒนาการศึกษาบุคลากรสุขภาพในประเทศชาติ เพื่อการมีสุขภาวะที่ดีของประชาชนและความเท่าเทียมกันของการเข้าถึงการบริการสุขภาพ
วัตถุประสงค์
๑. เพื่อสร้างความเข้าใจ ความมุ่งมั่น และโมเมนตัมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่การปฏิบัติอย่าง เป็นรูปธรรม
๒. เพื่อพัฒนากลไกและกระบวนการมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาสําหรับ บุคลากรด้านสุขภาพ
๓. เพื่อสนับสนุนการสร้าง จัดการและสื่อสารองค์ความรู้ในเรื่องการพัฒนาการศึกษาสําหรับบุคลากร ด้านสุขภาพ
๔. สร้างขีดความสามารถและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างสาขาวิชาชีพและระหว่างสถาบันทั้งในระดับชาติและนานาชาติในการ พัฒนาการศึกษาสําหรับบุคลากรด้านสุขภาพ
๕. แลกเปลี่ยนเรียนรู้นวัตกรรมทางการศึกษาวิชาชีพสุขภาพ และร่วมสร้างงานวิจัยในพื้นที่เพื่อนําองค์ความรู้ต่อยอดและขยายในการพัฒนาการศึกษาวิชาชีพสุขภาพเพื่อสุขภาพคนไทยที่ดีขึ้น
คำสำคัญ