บทความวิชาการ
ควรบริโภค Fructose อย่างไร ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดและเกิดโทษน้อยที่สุด
ชื่อบทความ ควรบริโภค Fructose อย่างไร ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดและเกิดโทษน้อยที่สุด
ผู้เขียนบทความ นศภ. ศรัญญา อ่ำพุทรา, นศภ. กุศลิน สนธิ์พุก, นศภ. กนกรัตน์ ธรรมโคตร, นศภ. ศันสนีย์ ศรีบุรุษ, นศภ.กิตฐิตพงศ์ ขาวงาม และภญ.ดร. อรนิภา วงศ์สีลโชติ
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
รหัสกิจกรรม 1013-1-000-004-11-2563
ผู้ผลิตบทความ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
การเผยแพร่บทความ เฉพาะสมาชิกผู้ผลิตบทความ  
วันที่ได้รับการรับรอง 23 พ.ย. 2563
วันที่หมดอายุ 22 พ.ย. 2564
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 2 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
น้ำตาล fructose พบในผักผลไม้ และเป็นน้ำตาลที่นิยมเติมเข้าไปในเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้กล่อง และพบเป็นส่วนประกอบของน้ำตาลทราย fructose จะถูกเปลี่ยนเป็น glucose ที่ลำไส้เล็กได้บ้าง ที่เหลือจะถูกส่งไปที่ตับ หากในขณะนั้นระดับน้ำตาล glucose ในเลือดต่ำ ก็จะถูกตับเปลี่ยนเป็น glucose เป็นผลดีทำให้ไม่เกิด hypoglycemia แต่หากขณะนั้นระดับน้ำตาล glucose ในเลือดสูง fructose ก็จะถูกตับเปลี่ยนเป็นไขมัน แล้วส่งออกไปในกระแสเลือด ทำให้ไขมัน triglyceride ในเลือดสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งของภาวะหลอดเลือดตีบ หากขบวนการสร้างไขมันจาก fructose นี้เกิดมาก ตับอาจไม่สามารถส่งไขมันออกมาได้หมด ทำให้ไขมันเกาะตับ เกิดตับอักเสบตามมาได้ คำแนะนำสำหรับการบริโภคน้ำตาล fructose คือ ควรจะบริโภคโดยเฉลี่ยไม่เกิน 50 กรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เริ่มส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้เกิด postprandial triglycerides และระดับ uric acid ในเลือดสูงขึ้นได้ โดยควรบริโภค fructose ในขณะที่น้ำตาล glucose ในเลือดต่ำ เช่น ตอนท้องว่าง และเลือกบริโภคจากผักผลไม้มากกว่าจากเครื่องดื่มที่มีรสหวานหรือจากน้ำตาลที่เติมลงในอาหาร เนื่องจากผักและผลไม้มี dietary fiber ช่วยชะลอการดูดซึมของ fructose ผ่านทางลำไส้เล็ก ทำให้ระดับ fructose ใน portal vein และในเซลล์ตับไม่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ส่งผลเสียและส่งผลดี คือ ทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาล glucose อย่างช้าๆ ทำให้ระดับน้ำตาล glucose ค่อนข้างคงที่
คำสำคัญ
น้ำตาลฟรุกโตส ไขมันในเลือด ไขมันเกาะตับ เบาหวาน ผลไม้ fructose, triglyceride, fatty liver, Diabetes