บทความวิชาการ
การใช้ยาในการรักษา Coronavirus disease 2019 (COVID-19) กับการเกิด QT prolongation และ Torsades de Points
ชื่อบทความ การใช้ยาในการรักษา Coronavirus disease 2019 (COVID-19) กับการเกิด QT prolongation และ Torsades de Points
ผู้เขียนบทความ ภญ.อ.ดร.สุพรรณิการ์ พรวัฒนกวี
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
รหัสกิจกรรม 1015-1-000-004-08-2563
ผู้ผลิตบทความ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
การเผยแพร่บทความ ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคน 
วันที่ได้รับการรับรอง 13 ส.ค. 2563
วันที่หมดอายุ 12 ส.ค. 2564
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 3 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
Coronavirus disease 2019 (COVID-19) เป็นโรคที่ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่ออวัยวะหลายระบบในร่างกาย (multi-organ dysfunction) โดยระบบหัวใจและหลอดเลือดจัดเป็นหนึ่งในระบบที่พบภาวะแทรกซ้อนได้บ่อยครั้ง มีรายงานการมีระยะ QT interval ใน electrocardiography (ECG) ที่ยืดยาวขึ้นหรือที่เรียกว่า QT prolongation ในผู้ป่วย COVID-19 1-5 โดยภาวะดังกล่าวอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคหัวใจเต้นผิดปกติที่รุนแรงคือ Torsades de Points (TdP) และอาจทำให้เกิด malignant ventricular arrhythmias เช่น ventricular tachycardia/fibrillation (VT/VF) เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น จนทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตตามมาได้6 สาเหตุสำคัญของการเกิด QT prolongation ในผู้ป่วย COVID-19 คือ การนำยาที่ทำให้เกิด QT prolongation (drug-induced QT prolongation) หลายชนิดมาใช้ในการรักษาโรคนี้ ได้แก่ยา chloroquine, hydroxychloroquine, azithromycin และยาต้านไวรัสในกลุ่ม protease inhibitors (darunavir, lopinavir และ ritonavir) โดยกลไกสำคัญที่ทำให้เกิด QT prolongation เกิดจากยาเหล่านี้ไปออกฤทธิ์ยับยั้ง human ether-a-go-go-related gene (hERG) - K+ channel ในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ ส่งผลทำให้ชะลอการเกิด repolarization ของ action potential จนทำให้ QT interval ยาวขึ้นได้ 6-8 นอกจากนี้ ยา ritonavir ยังมีฤทธิ์เป็น enzyme inhibitors ต่อ CYP3A4 และ CYP2D6 ทำให้ยา chloroquine และ hydroxychloroquine ซึ่งเป็น substrate ต่อเอนไซม์ดังกล่าว ถูกขจัดออกจากร่างกายลดลง จนทำให้เสี่ยงต่อผลข้างเคียงต่าง ๆ รวมถึงการมี QT prolongation ที่มากขึ้นได้ 9-11 มีรายงานพบว่าผู้ป่วย COVID-19 มีการเพิ่มขึ้นของ cytokine ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง interleukin-6 (IL-6) ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้น ion channel ต่าง ๆ ในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ และยังออกฤทธิ์ทางอ้อมเป็น enzyme inhibitor ต่อ CYP3A4 12 ซึ่งอาจมีส่วนทำให้ผู้ป่วย COVID-19 มีความเสี่ยงต่อการเกิด QT prolongation จากการใช้ยาเหล่านี้ได้มากขึ้น รวมไปถึงผู้ป่วย COVID-19 อาจมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิด QT prolongation ได้แก่ ผู้ป่วยสูงอายุ มีประวัติหรือมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด มีภาวะ long QT syndrome (LQTS) หรือมี QT prolongation เดิมอยู่แล้วก่อนได้รับการรักษาด้วยยา มีระดับเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ โดยเฉพาะ hypokalemia, hypomagnesemia หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจช้า (bradycardia) 9 ดังนั้นการใช้ยารักษา COVID-19 ควรได้รับการประเมินความเสี่ยง และมีวิธีการจัดการและติดตามอย่างเหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงการเกิด QT prolongation และ Torsades de Points
คำสำคัญ
Coronavirus disease 2019, COVID-19, QT prolongation, Torsades de Points, Medication