หลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด (ปี 2569) รอบการอบรมที่ 1
| ชื่อการประชุม |
 |
หลักสูตรการฝึกอบรมระยะสั้นการบริบาลทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด (ปี 2569) รอบการอบรมที่ 1 |
| สถาบันหลัก |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| รหัสกิจกรรม |
 |
1003-2-000-028-06-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ และคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
01 มิ.ย. 2569 - 30 ก.ย. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เป็นเภสัชกรผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ หรือมีความสนใจในงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยเด็ก/ทารกแรกเกิด |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
30 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
ผู้ป่วยเด็กเป็นกลุ่มประชากรที่มีความพิเศษ เนื่องจากเป็นช่วงวัยที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิต โรคที่เกิดขึ้นในเด็กมักมีลักษณะทางพยาธิวิทยาที่แตกต่างจากผู้ใหญ่ อีกทั้งเด็กยังอยู่ในช่วงเจริญเติบโต จึงทำให้มีลักษณะทางกายภาพ สรีรวิทยา รวมถึงลักษณะทางเภสัชจลนศาสตร์และเภสัชพลศาสตร์ที่แตกต่างจากผู้ใหญ่มาก มีความต้องการการดูแลที่ค่อนข้างใกล้ชิดเพราะยังไม่สามารถดูแลตนเองได้อย่างเต็มที่ และมีความสามารถในการสื่อสารน้อยกว่าผู้ใหญ่ นอกจากนี้ ข้อมูลยาในเด็กยังมีค่อนข้างน้อย และมีรูปแบบยาเตรียมที่ต้องประยุกต์ใช้จากผู้ใหญ่หลายชนิด ด้วยเหตุผลเหล่านี้ กลุ่มผู้ป่วยเด็กจึงมีโอกาสเกิดปัญหาจากการใช้ยา และความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยาได้ค่อนข้างมาก
แม้กลุ่มประชากรเด็ก จะมีีสัดส่วนน้อยเพียงประมาณหนึ่งในสามของประชากรโลก จากข้อมูลในปี 2566 อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยเด็กกลับมีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากความคลาดเคลื่อนจากการใช้ยาที่สูงกว่าผู้ใหญ่ โดยการศึกษาทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ ในผู้ป่วยเด็กจากประเทศอังกฤษ พบความชุกของความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้นกับคําสั่งใช้ยา (Prescribing Error) และความคลาดเคลื่อนจากการให้ยา (Administration Error) ถึงร้อยละ 6 และ 16 ตามลำดับ โดยพบความชุกของการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาได้สูงถึงร้อยละ 25 ซึ่งมากเป็น 1.7 เท่าของกลุ่มผู้ป่วยผู้ใหญ่ อันเป็นผลมาจากปัจจัยที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น จะเห็นได้ว่า การดูแลเรื่องการใช้ยาของผู้ป่วยเด็ก จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง เพื่อที่จะทำให้การใช้ยา
เกิดประสิทธิภาพได้สูงที่สุด และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยาให้น้อยที่สุด
เภสัชกรจึงมีบทบาทที่สำคัญในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของทีมสหสาขาวิชาชีพที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด ซึ่งสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ด้านเภสัชบำบัดในการวางแผน แก้ไข ติดตาม และป้องกันปัญหาที่เกี่ยวกับการใช้ยาในเด็กได้ และยังมีส่วนช่วยสนับสนุนข้อมูล รวมทั้งการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ยาแก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ โดยมีเป้าหมายให้ผู้ป่วยเด็กได้รับประสิทธิภาพและความปลอดภัยสูงสุดจากการใช้ยาและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มคุณภาพและยกระดับมาตรฐานวิชาชีพเภสัชกรรม เนื่องด้วยความสำคัญดังกล่าว กอปรกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและลงลึกมากขึ้นขององค์ความรู้และทักษะด้านบริบาลทางเภสัชกรรมในเด็กและทารกแรกเกิด จึงทำให้ความรู้และทักษะต่าง ๆ ที่เภสัชกรได้เรียนรู้มาในช่วงเภสัชศาสตรบัณฑิตอาจไม่เพียงพอ การพัฒนาตนเองเพื่อให้มีองค์ความรู้และทักษะที่เพียงพอต่อการใช้งาน ทันต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และสามารถเชื่อมโยงตนเองกับระบบสุขภาพของประเทศไทย จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นเป็นอย่างสูง
ด้วยความตระหนักในความสำคัญของบทบาทเภสัชกรดังกล่าวในการดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดทางคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์, และฝ่ายเภสัชกรรมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเภสัชกรที่ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยเด็ก จึงได้ร่วมมือกันจัดทำหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรม (เภสัชกรรมในผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด) หรือ Certificate in Pharmacy (Pediatric and Neonatal Pharmacy) ซึ่งเป็นหลักสูตรการอบรมระยะสั้นภาคปฏิบัติ 16 สัปดาห์ โดยมุ่งเน้นให้เภสัชกรผู้เข้าฝึกอบรมเรียนรู้การดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดผ่านการเรียนภาคทฤษฎี และการปฏิบัติตามหลักฐานเชิงประจักษ์ (Evidence-Based Practice)เพื่อที่จะสามารถให้การบริบาลทางเภสัชกรรมด้านกุมารเภสัชศาสตร์ได้จริง และมีคุณภาพ
สำหรับหลักสูตรนี้ โดยความอนุเคราะห์ของโรงพยาบาลพันธมิตรทั้งสองแห่ง ได้กำหนดให้เภสัชกรผู้เข้าอบรม เข้าฝึกปฏิบัติงาน ณ หอผู้ป่วยกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ และ/หรือ หอผู้ป่วยวิกฤตกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลนครพิงค์ และ หอผู้ป่วยหนักทารกแรกเกิด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยเภสัชกรผู้เข้าฝึกอบรมจะได้มีโอกาสปฏิบัติงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพที่มีความชำนาญในการดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดและจะได้เรียนรู้การทำงานบริบาลเภสัชกรรมผ่านเภสัชกรผู้มีประสบการณ์โดยตรง โดยมีอาจารย์คณะเภสัชศาสตร์เป็นผู้กำกับอย่างใกล้ชิด
วัตถุประสงค์
เภสัชกรผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมฯ สามารถ
1. มีองค์ความรู้พื้นฐานในการดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิด
2. ให้การบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดได้อย่างเหมาะสม
3. สื่อสารและให้ความรู้ผู้ป่วย ญาติ เกี่ยวกับการใช้ยาและการปฏิบัติตัวระหว่างใช้ยาได้
4. สื่อสารและทำงานร่วมกับสหสาขาวิชาชีพที่มีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดได้อย่างเหมาะสมและน่าเชื่อถือ
5. ประเมินความน่าเชื่อถือและประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ในการบริบาลทางเภสัชกรรมผู้ป่วยเด็กและทารกแรกเกิดได้อย่างเหมาะสม
คำสำคัญ
หลักสูตรระยะสั้น, การบริบาลทางเภสัชกรรม, ผู้ป่วยเด็ก, ทารกแรกเกิด