โครงการอบรม เรื่อง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และ ยาสำหรับมนุษย์) ในพื้นที่ภาคอีสาน
| ชื่อการประชุม |
 |
โครงการอบรม เรื่อง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และ ยาสำหรับมนุษย์) ในพื้นที่ภาคอีสาน |
| สถาบันหลัก |
 |
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา |
| รหัสกิจกรรม |
 |
3001-2-000-012-06-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
รูปแบบออนไลน |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
09 -10 มิ.ย. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด เครือข่ายองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค จ านวน 200 คน |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
9 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
ด้วยปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ส่งผลกระทบต่อปัญหาสาธารณสุขในวงกว้าง ทั้งต่อ สุขภาวะของประชากรและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รัฐต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาอาการ ข้างเคียงที่เป็นผลจากการนำยาไปใช้ในทางที่ผิดเป็นซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหา สภาพสังคมเสื่อมโทรมที่จะตามมา การนำยาบางชนิดไปใช้ในทางที่ผิดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดอาการ หลอน มึนงง เป็นต้นเหตุของปัญหายาเสพติดในชุมชน ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565-2568 นั้น ปัญหายาน้าแก้แพ้แก้ไอกลับมาระบาดในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่ปัจจุบันพบมีการลักลอบผลิตและขายยาน้ำแก้แพ้แก้ไอปลอมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความต้องการของ ผู้บริโภคที่นำยาดังกล่าวไปใช้ผสมในเครื่องดื่มสูตร 4x100 เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากการออกพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. 2565 เห็นได้จากผลการตรวจจับผู้ลักลอบผลิตยาน้ำแก้แพ้แก้ไอปลอมในปี พ.ศ.25672568 มีจำนวนมากถึง 7 รายใหญ่ ทั้งที่เป็นผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตและผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต มูลค่าของกลางที่ ตรวจยึดได้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าการตลาดของยาน้้ำแก้แพ้แก้ไอที่มีการนำไปใช้ ในทางที่ผิดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี แสดงให้เห็นว่ามาตรการในการปราบปรามการลักลอบผลิต และขายยาน้้ำแก้แพ้แก้ไอในช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการนำยาน้้ำแก้แพ้แก้ไอไปใช้ในทางที่ผิดได้ เพียงแต่อาจช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นที่ปลายทางได้ จากการ วิเคราะห์ถึงการใช้มาตรการปราบปรามและ จับกุมการลักลอบผลิตและขายยาน้้ำแก้แพ้แก้ไอ พบว่าสถานที่เก็บ วัตถุดิบ สถานที่ผลิตต้มยา กรอกยา และ สถานที่เก็บยา อยู่กันคนละจังหวัด เพื่อเลี่ยงการสืบและจับกุมของเจ้าหน้าที่และบางคดีพบยาปลอมเหล่านี้ถูก จับกุมระหว่างการส่งขายไปในจังหวัดชายแดน ขั้นตอนการดำเนินคดีจำเป็นต้องใช้หลักฐานอ้างอิงว่ายาที่อยู่ ระหว่างการขนส่งนั้นเป็นยาปลอม ซึ่งมีลักษณะฉลากไม่สอดคล้องกับที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา กระบวนการ เฝ้าระวังยาน้ำแก้แพ้แก้ไอมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายเฝ้าระวัง เพื่อให้มีการ ส่งต่อข้อมูลจากต้นทางการผลิตไปยังปลายทาง เพื่อให้การใช้มาตรการปราบปรามและจับกุมเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ นอกจากนี้จากการเฝ้าระวังการนำยาสเตอรอยด์ไปปลอมปนในผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่เมื่อมีการโฆษณาว่าผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย ส่งผลให้ประชาชนหลงเชื่อและไม่มีความระมัดระวังในการบริโภคเป็นเหตุให้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง ทั้งอาเจียนเป็นเลือด กระเพาะทะลุ บางรายไตวายจนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต ผลจากการจับกุมสถานที่ผลิตยา สมุนไพรดังกล่าวนั้นพบผลิตภัณฑ์ยาสเตอรอยด์ที่ฉลากไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยาและสถานที่ผลิต ซึ่งเข้าข่าย... 2 ซึ่งเข้าข่าย "ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียน" จนเป็นเหตุให้เกิดการจับกุมสถานที่ลักลอบผลิตยาสเตอรอยด์ที่มได้ขึ้น ทะเบียนตำรับยานั้นในช่วงต้นปี พ.ศ.2568ผลการจับกุมนี้มีการเชื่อมโยงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ยาสเตอรอยด์ที่มิได้ขึ้นทะเบียนนั้นมีการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัด ปัญหายาที่มิได้ขึ้นทะเบียน ไม่ได้ พบเพียงยาที่ใช้สำหรับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับยาที่ใช้สำหรับสัตว์อีกด้วย จากผลสำรวจในปี พ.ศ.2568 พบว่าสถานที่มีการขายยาสัตว์ไม่มีทะเบียนนั้นส่วนใหญ่พบมากในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในร้าน ขายอาหารสัตว์ ซึ่งการเข้าตรวจสอบนั้นจำเป็นต้องใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ หรือกรมประมง ส่งผลให้มาตรการปราบปรามและจับกุมไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้การดำเนินการของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพียงหน่วยเดียว หากจำเป็นต้องบูรณาการการ ดำเนินการร่วมกับกรมปศุสัตว์ และกรมประมง ในการวางแผนและสืบหาแหล่งลักลอบผลิตและขายยาสัตว์ที่ มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จะเห็นได้ว่าจากผลการตรวจจับในแต่ละคดีนั้น หากมีการนำข้อมูลเชื่อมต่อกัน จะสามารถจับกุม ไปถึงแหล่งต้นทางของปัญหาได้ แม้ปัจจุบันจะมีระบบ FDA REPORTER ที่ใช้ควบคุมการกระจายยาและเภสัชเคมีภัณฑ์โดยให้ผู้รับอนุญาตด้านยารายงานการซื้อและขายเข้ามาในระบบทุก 4 เดือนก็ตาม แต่ปัญหาการลักลอบผลิตยาปลอมยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยาสำหรับมนุษย์และสัตว์ ดังนั้น เพื่อให้เกิดกระบวนการเฝ้าระวังที่บูรณาการการทำงานของส่วนกลางและภูมิภาค จึงเห็นควรให้มีการจัดประชุมเครือข่ายเฝ้าระวังการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อจัดทำแผนเฝ้าระวัง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิดยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และยาส าหรับมนุษย์) ในพื้นที่ภาคอีสาน
วัตถุประสงค์
(1) เพื่ออบรมแนวทางในการเฝ้าระวังยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทั้งยาสำหรับสัตว์และมนุษย์ ให้แก่ เครือข่ายภาครัฐและองค์กรอิสระในการคุ้มครองผู้บริโภค
(2) เพื่ออบรมมาตรการทางกฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อใช้ในการปราบปรามผู้ฝ่าฝืน พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 เพื่อป้องปรามการลักลอบผลิตและขาย ยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
(3) เพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่าย ของหน่วยงานในส่วนกลางและจังหวัด ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธรณสุข
คำสำคัญ
ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด