การประชุมวิชาการ
ประชุมวิชาการ เรื่อง Beyond Orthopedics: Pain Management, Osteoporosis, Osteosarcoma & Digital Pharmacy
ชื่อการประชุม ประชุมวิชาการ เรื่อง Beyond Orthopedics: Pain Management, Osteoporosis, Osteosarcoma & Digital Pharmacy
สถาบันหลัก กรมการแพทย์
รหัสกิจกรรม 3004-2-000-008-06-2569
สถานที่จัดการประชุม โรงพยาบาลเลิดสิน กรมการแพทย์
วันที่จัดการประชุม 17 มิ.ย. 2569
ผู้จัดการประชุม กรมการแพทย์
กลุ่มเป้าหมาย เภสัชกรและบุคลากรทางการแพทย์ที่สนใจจากภาครัฐและภาคเอกชน ทั่วประเทศ 150 คน
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 6 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
โรงพยาบาลเลิดสินเป็นโรงพยาบาลชั้นนำระดับประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์และการดูแลผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูกและข้ออย่างต่อเนื่อง โดยลักษณะการให้บริการดังกล่าวครอบคลุมผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ป่วยที่มีอาการปวดจากระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ (musculoskeletal pain) ผู้ป่วยหลังผ่าตัด ผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการหกล้มและกระดูกหัก ไปจนถึงผู้ป่วยโรคมะเร็งกระดูกและผู้ป่วยระยะประคับประคองที่มีความซับซ้อนของการรักษา ส่งผลให้ “การใช้ยาอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิผล” เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลโดยตรงต่อผลลัพธ์การรักษา คุณภาพชีวิต และความปลอดภัยของผู้ป่วย
ในบริบทดังกล่าว เภสัชกรมีบทบาทสำคัญทั้งในมิติของการดูแลผู้ป่วยรายบุคคลและการสนับสนุนระบบบริการ (system-based practice) อาทิ การประเมินความเหมาะสมของการใช้ยา การเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์และปฏิกิริยาระหว่างยา การทบทวนรายการยาเพื่อลดความเสี่ยง (medication review) การให้คำปรึกษาแก่ทีมสหสาขาวิชาชีพ ผู้ป่วย และผู้ดูแล ตลอดจนการส่งเสริมการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและการพัฒนาคุณภาพบริการ อย่างไรก็ตาม ด้วยความก้าวหน้าทางวิชาการ แนวทางเวชปฏิบัติที่มีการปรับปรุงสม่ำเสมอ และความซับซ้อนของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ ทำให้จำเป็นต้องมีการพัฒนาองค์ความรู้เฉพาะทางอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นสำคัญที่พบบ่อยและมีผลกระทบสูงต่อความปลอดภัยของผู้ป่วย
ประเด็นแรกที่มีความสำคัญ คือการบริหารจัดการอาการปวดอย่างเหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาหลักของผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์และผู้ป่วยกลุ่มโรคกระดูกและกล้ามเนื้อ การใช้ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs แม้มีประสิทธิภาพในการลดปวดและอักเสบ แต่มีความเสี่ยงต่ออาการไม่พึงประสงค์หลายด้าน เช่น ระบบทางเดินอาหาร ไต หัวใจและหลอดเลือด รวมถึงความเสี่ยงในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคร่วม การเสริมสร้างความรู้ด้านการเลือกใช้ NSAIDs การประเมินความเสี่ยงรายบุคคล การกำหนดขนาดยาและระยะเวลาที่เหมาะสม ตลอดจนการเลือกใช้ยาร่วมเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน จึงเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิผลของการรักษา ควบคู่กับการพัฒนาแนวทางดูแลอาการปวดที่ครอบคลุมถึงผู้ป่วยระยะประคับประคอง ซึ่งมีความซับซ้อนทั้งด้านอาการปวดหลายมิติ การปรับยาแบบเฉพาะราย การเฝ้าระวังผลไม่พึงประสงค์ และการคำนึงถึงคุณภาพชีวิตเป็นสำคัญ
ประเด็นที่สอง คือการใช้ยาต้านจุลชีพในผู้ป่วยผ่าตัด (surgical prophylaxis) ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันการติดเชื้อแผลผ่าตัด ลดภาวะแทรกซ้อน และสนับสนุนผลลัพธ์ทางการรักษา โดยเฉพาะในงานออร์โธปิดิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัดกระดูกและข้อ รวมถึงการใส่อุปกรณ์/สิ่งฝังในร่างกาย การเลือกชนิดยา ขนาดยา เวลาให้ยา และระยะเวลาการให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมตามข้อบ่งชี้ ตลอดจนการยึดหลักการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล (antimicrobial stewardship) จะช่วยลดการใช้ยาเกินความจำเป็น ลดความเสี่ยงเชื้อดื้อยา และเพิ่มคุณภาพการรักษาอย่างยั่งยืน ซึ่งเภสัชกรมีบทบาทสำคัญในการกำกับติดตามและพัฒนาแนวทางปฏิบัติในหน่วยบริการ
ประเด็นที่สาม คือการดูแลรักษาโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) ซึ่งสัมพันธ์โดยตรงกับความเสี่ยงกระดูกหักในผู้สูงอายุและผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง การเลือกใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุน การประเมินความเหมาะสมตามปัจจัยเสี่ยงและข้อห้ามใช้ การติดตามการตอบสนองและความปลอดภัย การส่งเสริมความร่วมมือในการใช้ยา รวมถึงการให้คำแนะนำด้านการใช้ยาและการปฏิบัติตัว ล้วนมีความจำเป็นต่อการลดการเกิดกระดูกหักและการป้องกันกระดูกหักซ้ำในระยะยาว
ประเด็นที่สี่ คือการเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านการรักษามะเร็งกระดูก (osteosarcoma) ซึ่งเป็นภาวะที่มีความซับซ้อนสูง ต้องอาศัยการรักษาแบบสหสาขาวิชาชีพและการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง เภสัชกรจำเป็นต้องมีความเข้าใจพื้นฐานของแนวทางการรักษา การจัดการยาที่มีความเป็นพิษ การป้องกันและจัดการอาการไม่พึงประสงค์ การให้คำปรึกษาผู้ป่วยและผู้ดูแล รวมถึงการประสานงานเพื่อความต่อเนื่องของการรักษา เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีคุณภาพ
นอกจากนี้ การพัฒนาระบบบริการเภสัชกรรมในยุคปัจจุบันยังต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความคลาดเคลื่อน และสนับสนุนการตัดสินใจทางคลินิก หัวข้อ AI และ Automation in pharmacy services จึงมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลของเภสัชกร ให้สามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือและแนวคิดด้านเทคโนโลยีในการพัฒนากระบวนงาน การบริหารจัดการข้อมูล และการติดตามตัวชี้วัดคุณภาพอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการให้บริการและรองรับความท้าทายในอนาคต
ด้วยเหตุผลดังกล่าว กรมการแพทย์ โดยกลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลเลิดสิน จึงได้จัดโครงการประชุมวิชาการ “Beyond Orthopedics: Pain Management, Osteoporosis, Osteosarcoma & Digital Pharmacy” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างและต่อยอดองค์ความรู้ที่จำเป็นตามหัวข้อบรรยายที่กำหนด ได้แก่ การใช้ NSAIDs อย่างเหมาะสม การจัดการอาการปวดในผู้ป่วยระยะประคับประคอง การประยุกต์ใช้ AI และระบบอัตโนมัติในงานเภสัชกรรม การใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันการติดเชื้อในการผ่าตัด เภสัชบำบัดในโรคกระดูกพรุน และความรู้ที่เภสัชกรควรทราบในการดูแลผู้ป่วย osteosarcoma ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะเชิงปฏิบัติ สนับสนุนการทำงานร่วมกับทีมสหสาขาวิชาชีพ ตลอดจนยกระดับความปลอดภัยในการใช้ยาและคุณภาพการดูแลผู้ป่วยออร์โธปิดิกส์ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนต่อไป
วัตถุประสงค์
1. มีความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาในโรคกระดูก เช่น โรคกระดูกพรุน, มะเร็งกระดูก
2. เข้าใจและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในงานเภสัชกรรมได้
3. ส่งเสริมบทบาทของเภสัชกรในการเป็นผู้นำการใช้ยาอย่างสมเหตุผลและปลอดภัย
คำสำคัญ
ยาทางออร์โธปิดิกส์, ปัญญาประดิษฐ์, ความปลอดภัยในการใช้ยา
วิธีสมัครการประชุม
https://forms.gle/1mv9p9qffUMRSGRs7 ผู้ประสานงาน ภก.กิตติพัทธ์ เทวาภวัต เบอร์ติดต่อ 02-353-9668 อีเมล pharmacy.lsh@gmail.com