การประชุมวิชาการ
โครงการอบรม เรื่อง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และ ยาสำหรับมนุษย์)
ชื่อการประชุม โครงการอบรม เรื่อง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และ ยาสำหรับมนุษย์)
สถาบันหลัก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
รหัสกิจกรรม 3001-2-000-008-04-2569
สถานที่จัดการประชุม โรงแรม เชียงใหม่แกรนด์วิว โฮเต็ล จังหวัดเชียงใหม
วันที่จัดการประชุม 23 -24 เม.ย. 2569
ผู้จัดการประชุม สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
กลุ่มเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด เครือข่ายองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค จำนวน 200 คน
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 13.5 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
ด้วยปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด ส่งผลกระทบต่อปัญหาสาธารณสุขในวงกว้าง ทั้งต่อ
สุขภาวะของประชากรและเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ รัฐต้องสูญเสียงบประมาณไปกับการรักษาอาการข้างเคียงที่เป็นผลจากการนำยาไปใช้ในทางที่ผิดเป็นซึ่งเป็นปัญหาที่สั่งสมมายาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาสภาพสังคมเสื่อมโทรมที่จะตามมา การนำยาบางชนิดไปใช้ในทางที่ผิดโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดอาการหลอน มึนงง เป็นต้นเหตุของปัญหายาเสพติดในชุมชน ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 - 2568 นั้น ปัญหายาน้ำแก้แพ้แก้ไอกลับมาระบาดในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่เฉพาะในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น
แต่ปัจจุบันพบมีการลักลอบผลิตและขายยาน้ าแก้แพ้แก้ไอปลอมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากความต้องการของผู้บริโภคที่นำยาดังกล่าวไปใช้ผสมในเครื่องดื่มสูตร 4x100 เพิ่มมากขึ้นภายหลังจากการออกพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. 2565 เห็นได้จากผลการตรวจจับผู้ลักลอบผลิตยาน้ าแก้แพ้แก้ไอปลอมในปี พ.ศ.2567-2568 มีจำนวนมากถึง 7 รายใหญ่ ทั้งที่เป็นผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตและผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาต มูลค่าของกลางที่ตรวจยึดได้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ในขณะที่มูลค่าการตลาดของยาน้าแก้แพ้แก้ไอที่มีการนำไปใช้ในทางที่ผิดมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 พันล้านบาทต่อปี แสดงให้เห็นว่ามาตรการในการปราบปรามการลักลอบผลิต และขายยาน้าแก้แพ้แก้ไอในช่วงที่ผ่านมายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาการนำยาน้าแก้แพ้แก้ไอไปใช้ในทางที่ผิดได้
เพียงแต่อาจช่วยลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นที่ปลายทางได้ จากการ วิเคราะห์ถึงการใช้มาตรการปราบปรามและจับกุมการลักลอบผลิตและขายยาน้าแก้แพ้แก้ไอ พบว่าสถานที่เก็บ วัตถุดิบ สถานที่ผลิตต้มยา กรอกยา และสถานที่เก็บยา อยู่กันคนละจังหวัด เพื่อเลี่ยงการสืบและจับกุมของเจ้าหน้าที่และบางคดีพบยาปลอมเหล่านี้ถูกจับกุมระหว่างการส่งขายไปในจังหวัดชายแดน ขั้นตอนการดำเนินคดีจำเป็นต้องใช้หลักฐานอ้างอิงว่ายาที่อยู่ระหว่างการขนส่งนั้นเป็นยาปลอม ซึ่งมีลักษณะฉลากไม่สอดคล้องกับที่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา กระบวนการ เฝ้าระวังยาน้ำแก้แพ้แก้ไอมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องดำเนินการในรูปแบบเครือข่ายเฝ้าระวัง เพื่อให้มีการส่งต่อข้อมูลจากต้นทางการผลิตไปยังปลายทาง เพื่อให้การใช้มาตรการปราบปรามและจับกุมเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพ
นอกจากนี้จากการเฝ้าระวังการนำยาสเตอรอยด์ไปปลอมปนในผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งผลิตภัณฑ์สมุนไพร ที่เมื่อมีการโฆษณาว่าผลิตจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่มีสารเคมีที่เป็นอันตราย ส่งผลให้ประชาชนหลงเชื่อและไม่มีความระมัดระวังในการบริโภคเป็นเหตุให้เกิดอาการข้างเคียงรุนแรง ทั้งอาเจียนเป็นเลือด กระเพาะทะลุ บางรายไตวายจนเป็นสาเหตุให้เสียชีวิต ผลจากการจับกุมสถานที่ผลิตยาสมุนไพรดังกล่าวนั้นพบผลิตภัณฑ์ยาสเตอรอยด์ที่ฉลากไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยาและสถานที่ผลิต ซึ่งเข้าข่าย...
ซึ่งเข้าข่าย "ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียน" จนเป็นเหตุให้เกิดการจับกุมสถานที่ลักลอบผลิตยาสเตอรอยด์ที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยานั้นในช่วงต้นปี พ.ศ.2568ผลการจับกุมนี้มีการเชื่อมโยงหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ยาสเตอรอยด์ที่มิได้ขึ้นทะเบียนนั้นมีการขายไปยังร้านขายยาในต่างจังหวัด ปัญหายาที่มิได้ขึ้นทะเบียน ไม่ได้พบเพียงยาที่ใช้สำหรับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับยาที่ใช้สำหรับสัตว์อีกด้วย จากผลสำรวจในปี พ.ศ.2568 พบว่าสถานที่มีการขายยาสัตว์ไม่มีทะเบียนนั้นส่วนใหญ่พบมากในต่างจังหวัดโดยเฉพาะในร้านขายอาหารสัตว์ ซึ่งการเข้าตรวจสอบนั้นจำเป็นต้องใช้อำนาจพนักงานเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ หรือกรมประมง ส่งผลให้มาตรการปราบปรามและจับกุมไม่สามารถดำเนินการได้ภายใต้การดำเนินการของสำนักงาน
คณะกรรมการอาหารและยาหรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพียงหน่วยเดียว หากจำเป็นต้องบูรณาการการดำเนินการร่วมกับกรมปศุสัตว์ และกรมประมง ในการวางแผนและสืบหาแหล่งลักลอบผลิตและขายยาสัตว์ที่ มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จะเห็นได้ว่าจากผลการตรวจจับในแต่ละคดีนั้น หากมีการน าข้อมูลเชื่อมต่อกัน จะสามารถจับกุม ไปถึงแหล่งต้นทางของปัญหาได้ แม้ปัจจุบันจะมีระบบ FDA REPORTER ที่ใช้ควบคุมการกระจายยาและเภสัชเคมีภัณฑ์โดยให้ผู้รับอนุญาตด้านยารายงานการซื้อและขายเข้ามาในระบบทุก 4 เดือนก็ตาม แต่ปัญหาการ
ลักลอบผลิตยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ยังคงเป็นปัญหาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยาสำหรับมนุษย์และสัตว์
ดังนั้น เพื่อให้เกิดกระบวนการเฝ้าระวังที่บูรณาการการทำงานของส่วนกลางและภูมิภาค จึงเห็น
ควรให้มีการจัดประชุมเครือข่ายเฝ้าระวังการนำยาไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อจัดทำแผนเฝ้าระวัง ปัญหาการนำยาไปใช้ในทางที่ผิดยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และยาสำหรับมนุษย์) ในพื้นที่ภาคเหนือ
วัตถุประสงค์
(1) เพื่ออบรมแนวทางในการเฝ้าระวังยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ทั้งยาสำหรับสัตว์และมนุษย์ ให้แก่เครือข่ายภาครัฐและองค์กรอิสระในการคุ้มครองผู้บริโภค
(2) เพื่ออบรมมาตรการทางกฎหมายให้แก่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดเพื่อใช้ในการปราบปรามผู้ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 เพื่อป้องปรามการลักลอบผลิตและขาย ยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน
(3) เพื่อสร้างเครือข่ายในการเฝ้าระวังยาปลอม ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน โดยทำงานเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายของหน่วยงานในส่วนกลางและจังหวัด ทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงสาธรณสุข
คำสำคัญ
ยาไม่มีทะเบียน ยาปลอม (ยาสัตว์และ ยาสำหรับมนุษย์)