| ชื่อการประชุม |
 |
เรื่อง Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients |
| สถาบันหลัก |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| รหัสกิจกรรม |
 |
1001-2-000-022-05-2569 |
| สถานที่จัดการประชุม |
 |
ณ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| วันที่จัดการประชุม |
 |
05 มิ.ย. 2569 |
| ผู้จัดการประชุม |
 |
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย |
| กลุ่มเป้าหมาย |
 |
เภสัชกรที่สนใจ จำนวนผู้เข้าร่วมประมาณ |
| หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง |
 |
3.75 หน่วยกิต |
หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล
การให้อาหารเข้าทางเดินอาหาร (enteral nutrition) เป็นวิธีการดูแลด้านโภชนาการสำหรับผู้ที่มีข้อห้ามของการรับประทานอาหารทางปากหรือรับประทานอาหารได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย เช่น ผู้ป่วยอุบัติเหตุ ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะกลืนลำบาก รวมถึงผู้ป่วยวิกฤตในหอผู้ป่วย ICU ซึ่งจะช่วยป้องกันหรือรักษาภาวะทุพโภชนาการ ส่งเสริมการรักษาโรคในภาพรวม อาหารที่ให้เข้าทางเดินอาหารจะเป็นอาหารที่ผลิตขึ้น โดยมีกรรมวิธี สูตรหรือส่วนประกอบเฉพาะที่มีหลักฐานงานวิจัยว่าเหมาะสมสำหรับผู้ป่วย อาหารที่ให้เข้าทางเดินอาหารมีหลายประเภท เช่น อาหารทางการแพทย์สูตรครบถ้วน อาหารปั่นผสม อาหารสูตรเฉพาะโรค เป็นต้น ซึ่งต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับโรคหรือภาวะบางอย่างของผู้ป่วยที่มีความต้องการสารอาหารลักษณะเฉพาะ นอกจากนี้ผู้ป่วยมักมีความจำเป็นต้องใส่สายให้อาหาร (enteral feeding tube) ซึ่งจะเป็นช่องทางการบริหารอาหารและยาร่วมกัน การให้ยาผ่านสายให้อาหารมีความซับซ้อนกว่าการให้ยาทางปากอย่างมาก เนื่องจากมีข้อจำกัดทั้งด้านลักษณะของยา ตำแหน่งปลายสาย การทำงานของระบบทางเดินอาหาร และผลกระทบของสูตรอาหารที่ให้ควบคู่กัน ปัญหาที่พบบ่อย ได้แก่ ยาบางชนิดไม่สามารถบดได้ ทำให้การเตรียมยาไม่ถูกต้องอาจทำให้ยาไม่ออกฤทธิ์ หรือเกิดอาการไม่พึงประสงค์ การอุดตันของสายซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายในการแก้ไข การเกิดอันตรกิริยาระหว่างยาและสูตรอาหาร (drug–enteral formula interaction) ที่อาจลดการดูดซึมยาอย่างมีนัยสำคัญ เช่น phenytoin, warfarin และยาในกลุ่ม quinolones ปัญหาการดูดซึมยาที่เปลี่ยนแปลงตามตำแหน่งปลายสาย รวมถึงลักษณะฟิสิกส์และเคมีของยา การให้ยาแบบหลายรายการพร้อมกันโดยไม่ล้างสายอย่างถูกต้อง ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการอุดตันและลดค่าชีวปริมาณออกฤทธิ์ของยา ปัญหาเหล่านี้ทำให้ระดับยาไม่อยู่ในช่วงของการรักษา (therapeutic range) สามารถนำไปสู่ความล้มเหลวในการรักษา เกิดอาการไม่พึงประสงค์หรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ส่งผลให้เพิ่มระยะเวลานอนโรงพยาบาล และเพิ่มต้นทุนการรักษา
เภสัชกรเป็นบุคลากรหลักที่มีความรู้ด้านเภสัชวิทยา รูปแบบยา การเตรียมยา และหลักการบริหารยา จึงควรมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับลักษณะของอาหารสำหรับให้เข้าทางเดินอาหาร วิเคราะห์ความเหมาะสมของยาและรูปแบบยา การให้คำแนะนำในการเลือกให้อาหารและบริหารยาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับอาหารทางสายให้อาหาร ร่วมวางแผน regimen ระหว่างยาและสูตรอาหารเพื่อลดปัญหา drug–nutrient interaction เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการอุดตันของสาย โดยทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพงานโภชนบำบัด (nutrition support team) การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการในหัวข้อ“Optimizing Medical Nutrition and Medication Use in Tube-Fed Patients” จึงมีความสำคัญเพื่อให้เภสัชกรมีความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง มีทักษะปฏิบัติที่สามารถประยุกต์ใช้ในงานจริง สามารถดูแลผู้ป่วยและให้คำแนะนำแก่ทีมรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง ลดปัญหาที่ป้องกันได้ และเพิ่มคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย
วัตถุประสงค์
วัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมสามารถ
1.อธิบายหลักการให้อาหารเข้าทางเดินอาหารและหลักการให้ยาผ่านสายให้อาหาร การเลือกใช้ยา รูปแบบยา และการเตรียมยาอย่างถูกวิธี
2.ประเมินปัญหาหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากการให้ยาผ่านสายให้อาหาร
3.ฝึกปฏิบัติการเตรียมยา การบริหารยา การล้างสาย และเทคนิคการป้องกันปัญหา
4.ให้คำปรึกษาแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการจัดการผู้ป่วยที่ใส่สายให้อาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5.ให้คำปรึกษาแก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารสำหรับให้เข้าทางเดินอาหารและการใช้ยา
คำสำคัญ
หน่วยการศึกษาต่อเนื่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วิธีสมัครการประชุม
ผู้สนใจเข้าร่วมประชุมสามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ (https://www.ce.pharm.chula.ac.th/)
หน่วยการศึกษาต่อเนื่อง คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทรศัพท์ 0-2218-8283,8481
หรือ e-mail: ce@pharm.chula.ac.th