หลักการและเหตุผล
ระบบสาธารณสุขของประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย (Aging Society) อย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้โครงสร้างทางระบาดวิทยาเปลี่ยนจากโรคติดเชื้อไปสู่กลุ่มโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีสภาวะโรคร่วมที่ขับซ้อนและจำเป็นต้องใช้ยาหลายขนาน ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน (Polypharmacy) การพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ (Primary Care) จึงกลายเป็น ยุทธศาสตร์หลักในการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาลศูนย์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ เภสัชกรถือเป็นบุคลากรด่านหน้าที่มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งใน การบริหารจัดการด้านยา (Medication Management) อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่พบในชุมชนปัจจุบันมีความ ซับซ้อนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเกิดปฏิกิริยาระหว่างยา (Drug Interactions) อาการไม่พึงประสงค์จากยาใน ผู้สูงอายุ รวมถึงพฤติกรรมการใช้ยาที่ไม่เหมาะสม เช่น การซื้อยาชุด การใช้ยาสเตียรอยด์ปลอมจากรถเร่ หรือการใช้ยาที่ไม่สอดคล้องกับคำแนะนำของแพทย์ (Non-adherence) ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อตัว ผู้ป่วยโดยตรง แต่ยังก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากการทิ้งกระจายยาและการเข้ารักษาตัวใน โรงพยาบาลซ้ำด้วยสาเหตุที่ป้องกันได้ (Preventable Drug-Related Hospitalization)
ด้วยเหตุนี้ การพัฒนาศักยภาพเภสัชกรปฐมภูมิให้มีความเชี่ยวชาญในงานบริบาลเภสัชกรรม เชิงรุกจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน เภสัชกรจำเป็นต้องมีทักษะในการเยี่ยมบ้าน (Home Medication Review: HMR) เพื่อประเมินสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมการใช้ยาที่แท้จริงของผู้ป่วย รวมถึงต้องมีองค์ความรู้ด้านการปรับลด มื้อยาที่ไม่จำเป็น (Deprescribing) เพื่อลดความเสี่ยงจากการได้รับยาเกินขนาด นอกจากนี้ท่ามกลางยุคเปลี่ยน ผ่านทางดิจิทัล (Digital Transformation) การนำเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบโทรเวชกรรม (Tele-pharmacy) และการเชื่อมโยงข้อมูลยาไร้รอยต่อ (Medication Reconciliation) มาใช้ จะช่วยให้การติดตามดูแลผู้ป่วย มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำปาง เล็งเห็นถึงความสำคัญในการเสริมสร้างองค์ความรู้และทักษะ ดังกล่าว จึงได้ร่วมกับคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดโครงการประชุมวิชาการนี้ขึ้น เพื่อเป็นเวที ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้แนวทางเวชปฏิบัติสมัยใหม่ที่สอดคล้องกับบริบทของงานปฐมภูมิ รวมถึงการพัฒนา งานวิจัยจากงานประจำด้านปฐมภูมิเพื่อสร้างนวัตกรรมการดูแลอย่างไร้รอยต่อ ให้เภสัชกรสามารถปฏิบัติ หน้าที่เป็น “ที่ปรึกษาด้านยาของชุมชน” ได้อย่างเต็มภาคภูมิ อันจะส่งผลให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาสูงสุด แก่ประชาชนตามเป้าหมายของระบบสุขภาพปฐมภูมิ