บทความวิชาการ
เภสัชวิทยาของยาที่ใช้ในการลดความดันลูกตาเพื่อรักษาโรคต้อหิน (วารสารยาน่ารู้ ฉบับที่ 4)
ชื่อบทความ เภสัชวิทยาของยาที่ใช้ในการลดความดันลูกตาเพื่อรักษาโรคต้อหิน (วารสารยาน่ารู้ ฉบับที่ 4)
ผู้เขียนบทความ รศ.ดร. วิลาสินี หิรัญพานิช ซาโตะ ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
สถาบันหลัก เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
รหัสกิจกรรม 2001-1-000-009-10-2564
ผู้ผลิตบทความ เภสัชกรรมสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
การเผยแพร่บทความ เฉพาะสมาชิกผู้ผลิตบทความ  
วันที่ได้รับการรับรอง 01 ต.ค. 2564
วันที่หมดอายุ 30 ก.ย. 2565
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 2.5 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
บทคัดย่อ เป้าหมายของการรักษาโรคต้อหินคือการลดความดันลูกตา ปัจจุบันกลไกหลักได้แก่การลดการสังเคราะห์น้ำเลี้ยงลูกตาและการเพิ่มการขับออกทาง trabecular และ uveoscleral meshwork นอกจากนั้นในปัจจุบันยังมีแนวทางความคิดในการลดการเสื่อมของเซลล์ในดวงตาเพื่อที่ช่วยลดความรุนแรงของโรค การพิจารณาเลือกใช้ยาปัจจุบันยาที่เลือกใช้เป็นลำดับแรกได้แก่ยาหยอดตากลุ่ม β-blockers เช่น timolol เป็นต้น และยากลุ่ม prostaglandin analog เช่น bimatoprost และ latanoprost เป็นต้น ซึ่งหากผู้ป่วยมีข้อห้ามใช้ยาหรือไม่สามารถควบคุมความดันลูกตาได้จากการใช้ยาในกลุ่มแรกสามารถพิจารณาเลือกใช้ยากลุ่ม α2-agonists เช่น brimonidine และยากลุ่ม carbonic anhydrase inhibitors เช่น dorzolamide แทน โดยหากใช้ยาชนิดเดียวแล้วยังไม่ได้ผลสามารถใช้หลายชนิดร่วมกันเพื่อเสริมฤทธิ์ลดความดันตาได้ ขณะที่ยาในกลุ่ม cholinergic agonists เช่น pilocarpine ที่แม้จะเป็นยาชนิดแรกที่รักษาโรคต้อหิน แต่ปัจจุบันจะเลือกใช้เป็นลำดับสุดท้ายเนื่องจากข้อจำกัดด้านอาการไม่พึงประสงค์หลายชนิดต่อร่างกาย ปัจจุบันมีการพัฒนายากลุ่มใหม่เช่น ยากลุ่ม rho-kinase inhibitor และ nitric oxide-donating prostaglandin analogue ซึ่งจัดเป็นยาทางเลือกใหม่ในการลดความดันลูกตาซึ่งออกฤทธิ์เจาะจงต่อดวงตาโดยก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อระบบอื่นๆของร่างกายต่ำกว่ายา กลุ่มเดิม อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการพิจารณาเลือกใช้ยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วย ความคุ้มค่าของประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับราคา การติดตามผลการรักษา และการลดความรุนแรงของการดำเนินของโรค
คำสำคัญ
วิธีสมัครสมาชิก
www.pat.or.th