บทความวิชาการ
PUFAs
ชื่อบทความ PUFAs
ผู้เขียนบทความ ภญ.ดร. อรนิภา วงศ์สีลโชติ
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
รหัสกิจกรรม 1013-1-000-003-06-2564
ผู้ผลิตบทความ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
การเผยแพร่บทความ เฉพาะสมาชิกผู้ผลิตบทความ  
วันที่ได้รับการรับรอง 05 มิ.ย. 2564
วันที่หมดอายุ 04 มิ.ย. 2565
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 2.5 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
PUFAs หรือ Polyunsaturated Fatty Acids คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนที่พบในอาหาร เป็นสารอาหารที่ควรบริโภคให้ได้ในปริมาณ 6-10% ของปริมาณพลังงานจากอาหารทั้งหมด PUFAs แบ่งได้เป็น 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดโอเมกา-3 และชนิดโอเมกา-6 ทั้ง 2 ชนิดเมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกใช้ในลักษณะเดียวกันโดยขบวนการต่างๆ และเอนไซม์ต่างๆ เหมือนกัน ที่สำคัญมาก คือ เป็นส่วนประกอบของ phospholipids ซึ่งเป็นส่วนประกอบของผนังหุ้มเซลล์และสามารถปลดปล่อย PUFAs ที่รวมอยู่ออกไปเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสาร eicosanoids ต่างๆ อันได้แก่ prostaglandins, leukotrienes, thromboxanes เป็นต้น และเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสาร endocannabinoids ซึ่งส่งผลต่ออารมณ์ ความอยากอาหาร ฯลฯ PUFAs ชนิดโอเมกา-3 และโอเมกา-6 ส่งผลต่างกันต่อลักษณะของผนังหุ้มเซลล์ (ชนิดโอเมกา-3 ทำให้ผนังหุ้มเซลล์ยืดหยุ่นกว่า) ผลิตสาร eicosanoids และสาร endocannabinoids ต่างชนิดกัน (eicosanoids และสาร endocannabinoids ชนิดโอเมกา-3 มีฤทธิ์อ่อนกว่าชนิดโอเมกา-6) ผลที่เกิดกับร่างกายจึงขึ้นอยู่กับสัดส่วนการบริโภค PUFAs 2 ชนิดนี้ว่า เป็นสัดส่วนที่เหมาะสมหรือไม่ งานวิจัยต่างๆ มากมายสนับสนุนสัดส่วนโอเมกา-6 ต่อโอเมกา-3 ที่เราควรบริโภคเป็นประมาณ 2 ต่อ 1 และไม่เกิน 4 ต่อ 1 ปัจจุบันเนื่องจากการบริโภคอาหารอุตสาหกรรมจำนวนมาก อุตสาหกรรมอาหารไม่ว่าจะเป็นการให้อาหารสัตว์ การแปรรูปและผลิตอาหารสำเร็จรูปนิยมใช้พืชที่มี PUFAs ชนิดโอเมก้า-6 เป็นส่วนประกอบ จึงทำให้ผู้บริโภคโดยทั่วไปได้รับโอเมกา-6 ในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับโอเมก้า-3 ส่งผลทำให้ผนังหุ้มเซลล์ไม่ยืดหยุ่นเท่าที่ควร ส่งผลให้หลอดเลือดขยายได้น้อย การแลกเปลี่ยนสารและแก๊สทำได้ไม่ดี และ prostaglandins, leukotrienes, thromboxanes, endocannabinoids มีฤทธิ์แรง ทำให้ขบวนการอักเสบรุนแรงเกินความเหมาะสม หลอดลมตีบ เกล็ดเลือดรวมกลุ่มง่าย หลอดเลือดหดตัว อยากอาหาร ฯลฯ คำแนะนำในการบริโภคไขมัน คือ หลีกเลี่ยงการปรุงอาหารด้วยน้ำมันโดยใช้ความร้อนสูงซึ่งจะทำให้เกิดไขมันทรานส์ ลดไขมันสัตว์ซึ่งมีไขมันอิ่มตัวมาก บริโภคไขมัน PUFAs แทนโดยบริโภคจากเมล็ดพืช/ถั่วเปลือกแข็งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมล็ดแฟลกส์ เมล็ดเชีย ซึ่งมีโอเมกา-3 สูง จากสาหร่าย อาหารทะเลและจากปลา (ตัวเล็ก) ซึ่งมีโอเมกา-3 สูงเช่นกัน แนะนำให้บริโภคปลาสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทั้งนี้เพื่อให้ได้สัดส่วนของโอเมกาที่เหมาะสม ช่วยลดความเสี่ยงการตายจากทุกสาเหตุ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจหลอดเลือด โรคซึมเศร้า และโรคมะเร็งตับ เป็นต้น
คำสำคัญ
กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน กรดไขมันโอเมกา-3 กรดไขมันโอเมกา-6 สัดส่วนกรดไขมันโอเมกา ปลา